Full width home advertisement

XovsRk.jpg

Advertisement

XovsRk.jpg

“ทรนง ศรีเชื้อ” หรือ “จอมทรนง” ผู้สร้างและผู้กำกับภาพยนตร์ “2122 ARMAGEDDON WAR” เดินหน้าผลิตภาพยนตร์มหากาพย์แนวต่อต้านสงคราม วางแผนสร้างแบบไตรภาค งบประมาณ 500 ล้านบาทต่อภาค ล่าสุดนำนักแสดงและทีมงานกว่า 100 ชีวิต ทดสอบความพร้อมด้วยการเดินทางไกล 6 กิโลเมตร ก่อนเข้าสู่การถ่ายทำครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 “จอมทรนง” หรือ ทรนง ศรีเชื้อ ผู้สร้างและผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง “2122 ARMAGEDDON WAR” หรือ “กูนี่แหละอัจฉริยะ” นำนักแสดงและทีมงานสร้างส่วนหนึ่งมากกว่า 100 ชีวิต ร่วมทดสอบความพร้อมของร่างกายและการทำงาน ด้วยการเดินทางไกลระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนอบอ้าวในพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯการทดสอบครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่การถ่ายทำจริง เนื่องจากภาพยนตร์มีฉากและรูปแบบการทำงานที่ต้องอาศัยความพร้อมของนักแสดงทั้งด้านร่างกายและจิตใจ โดยนักแสดงบางส่วนต้องสวมเครื่องแต่งกายที่มีน้ำหนักรวมประมาณ 3 กิโลกรัม เพื่อทดสอบความสามารถในการเคลื่อนไหวและความอดทนภายใต้สภาพการทำงานที่หนักหน่วงที่น่าสนใจคือการทดสอบครั้งนี้มีนักแสดงหลากหลายช่วงวัย ตั้งแต่ เด็กอายุ 8 ปี ไปจนถึงนักแสดงสูงวัยอายุ 83 ปี โดยผู้เข้าร่วมสามารถผ่านการทดสอบเบื้องต้นไปได้ ท่ามกลางการดูแลของทีมงานเปิดโปรเจกต์ใหญ่ หวังสร้างภาพยนตร์ไทยสู่ระดับโลกสำหรับ “2122 ARMAGEDDON WAR” เป็นโครงการภาพยนตร์ที่วางแนวคิดในลักษณะมหากาพย์สงครามแห่งอนาคต พร้อมนำเสนอแนวคิด ต่อต้านสงคราม (Anti-War) และสะท้อนผลกระทบจากความขัดแย้งและความรุนแรงที่มีต่อมนุษยชาติโครงการดังกล่าวเคยมีการแถลงข่าวเปิดตัวเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2568 ณ สวนสยาม และได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน โดยมีการนำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับแนวคิดและแผนการสร้างภาพยนตร์ขนาดใหญ่ รวมถึงเป้าหมายในการผลักดันผลงานไทยสู่ระดับนานาชาติจากข้อมูลความคืบหน้าล่าสุดที่ทีมผู้สร้างเปิดเผย ระบุว่า “2122 ARMAGEDDON WAR” วางแผนสร้างในรูปแบบ ภาพยนตร์ไตรภาค โดยตั้งงบประมาณการสร้างประมาณ 500 ล้านบาทต่อภาค หรือรวมทั้งโครงการมากกว่า 1,500 ล้านบาท และใช้ระยะเวลาการผลิตต่อเนื่องหลายปี“จอมทรนง” ย้ำทำงานนอกกรอบ“จอมทรนง” กล่าวว่า แนวทางการทำงานของตนแตกต่างจากการสร้างภาพยนตร์ตามรูปแบบพื้นฐานทั่วไป โดยให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมของนักแสดงและทีมงานอย่างจริงจัง เพื่อให้ทุกคนสามารถรับมือกับสภาพการทำงานที่ต้องเผชิญตลอดระยะเวลาการถ่ายทำสำหรับกำหนดการล่าสุด ทีมงานเตรียมเข้าสู่กระบวนการถ่ายทำตั้งแต่ เดือนกันยายน 2569 และวางแผนถ่ายทำต่อเนื่องไปจนถึงเดือนธันวาคม 2570โปรเจกต์ “2122 ARMAGEDDON WAR” จึงนับเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ไทยที่น่าจับตามอง ทั้งจากขนาดของโครงการ จำนวนบุคลากรที่เกี่ยวข้อง แนวคิดการสร้างภาพยนตร์แนวต่อต้านสงคราม ตลอดจนกระบวนการเตรียมนักแสดงที่แตกต่างจากการทำงานภาพยนตร์ทั่วไปหลังจากนี้ต้องติดตามว่า “จอมทรนง” และทีมงานจะนำมหากาพย์ “2122 ARMAGEDDON WAR” ออกมาในรูปแบบใด และจะสามารถผลักดันภาพยนตร์ไทยแนวมหากาพย์เรื่องนี้ไปสู่ตลาดระดับนานาชาติได้มากน้อยเพียงใด

“ทรนง ศรีเชื้อ” หรือ “จอมทรนง” ผู้สร้างและผู้กำกับภาพยนตร์ “2122 ARMAGEDDON WAR” เดินหน้าผลิตภาพยนตร์มหากาพย์แนวต่อต้านสงคราม วางแผนสร้างแบบไตรภาค งบประมาณ 500 ล้านบาทต่อภาค ล่าสุดนำนักแสดงและทีมงานกว่า 100 ชีวิต ทดสอบความพร้อมด้วยการเดินทางไกล 6 กิโลเมตร ก่อนเข้าสู่การถ่ายทำครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 “จอมทรนง” หรือ ทรนง ศรีเชื้อ ผู้สร้างและผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง “2122 ARMAGEDDON WAR” หรือ “กูนี่แหละอัจฉริยะ” นำนักแสดงและทีมงานสร้างส่วนหนึ่งมากกว่า 100 ชีวิต ร่วมทดสอบความพร้อมของร่างกายและการทำงาน ด้วยการเดินทางไกลระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนอบอ้าวในพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯการทดสอบครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่การถ่ายทำจริง เนื่องจากภาพยนตร์มีฉากและรูปแบบการทำงานที่ต้องอาศัยความพร้อมของนักแสดงทั้งด้านร่างกายและจิตใจ โดยนักแสดงบางส่วนต้องสวมเครื่องแต่งกายที่มีน้ำหนักรวมประมาณ 3 กิโลกรัม เพื่อทดสอบความสามารถในการเคลื่อนไหวและความอดทนภายใต้สภาพการทำงานที่หนักหน่วงที่น่าสนใจคือการทดสอบครั้งนี้มีนักแสดงหลากหลายช่วงวัย ตั้งแต่ เด็กอายุ 8 ปี ไปจนถึงนักแสดงสูงวัยอายุ 83 ปี โดยผู้เข้าร่วมสามารถผ่านการทดสอบเบื้องต้นไปได้ ท่ามกลางการดูแลของทีมงานเปิดโปรเจกต์ใหญ่ หวังสร้างภาพยนตร์ไทยสู่ระดับโลกสำหรับ “2122 ARMAGEDDON WAR” เป็นโครงการภาพยนตร์ที่วางแนวคิดในลักษณะมหากาพย์สงครามแห่งอนาคต พร้อมนำเสนอแนวคิด ต่อต้านสงคราม (Anti-War) และสะท้อนผลกระทบจากความขัดแย้งและความรุนแรงที่มีต่อมนุษยชาติโครงการดังกล่าวเคยมีการแถลงข่าวเปิดตัวเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2568 ณ สวนสยาม และได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน โดยมีการนำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับแนวคิดและแผนการสร้างภาพยนตร์ขนาดใหญ่ รวมถึงเป้าหมายในการผลักดันผลงานไทยสู่ระดับนานาชาติจากข้อมูลความคืบหน้าล่าสุดที่ทีมผู้สร้างเปิดเผย ระบุว่า “2122 ARMAGEDDON WAR” วางแผนสร้างในรูปแบบ ภาพยนตร์ไตรภาค โดยตั้งงบประมาณการสร้างประมาณ 500 ล้านบาทต่อภาค หรือรวมทั้งโครงการมากกว่า 1,500 ล้านบาท และใช้ระยะเวลาการผลิตต่อเนื่องหลายปี“จอมทรนง” ย้ำทำงานนอกกรอบ“จอมทรนง” กล่าวว่า แนวทางการทำงานของตนแตกต่างจากการสร้างภาพยนตร์ตามรูปแบบพื้นฐานทั่วไป โดยให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมของนักแสดงและทีมงานอย่างจริงจัง เพื่อให้ทุกคนสามารถรับมือกับสภาพการทำงานที่ต้องเผชิญตลอดระยะเวลาการถ่ายทำสำหรับกำหนดการล่าสุด ทีมงานเตรียมเข้าสู่กระบวนการถ่ายทำตั้งแต่ เดือนกันยายน 2569 และวางแผนถ่ายทำต่อเนื่องไปจนถึงเดือนธันวาคม 2570โปรเจกต์ “2122 ARMAGEDDON WAR” จึงนับเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ไทยที่น่าจับตามอง ทั้งจากขนาดของโครงการ จำนวนบุคลากรที่เกี่ยวข้อง แนวคิดการสร้างภาพยนตร์แนวต่อต้านสงคราม ตลอดจนกระบวนการเตรียมนักแสดงที่แตกต่างจากการทำงานภาพยนตร์ทั่วไปหลังจากนี้ต้องติดตามว่า “จอมทรนง” และทีมงานจะนำมหากาพย์ “2122 ARMAGEDDON WAR” ออกมาในรูปแบบใด และจะสามารถผลักดันภาพยนตร์ไทยแนวมหากาพย์เรื่องนี้ไปสู่ตลาดระดับนานาชาติได้มากน้อยเพียงใด

“ทรนง ศรีเชื้อ” หรือ “จอมทรนง” ผู้สร้างและผู้กำกับภาพยนตร์ “2122 ARMAGEDDON WAR” เดินหน้าผลิตภาพยนตร์มหากาพย์แนวต่อต้านสงคราม วางแผนสร้างแบบไตรภาค งบประมาณ 500 ล้านบาทต่อภาค ล่าสุดนำนักแสดงและทีมงานกว่า 100 ชีวิต ทดสอบความพร้อมด้วยการเดินทางไกล 6 กิโลเมตร ก่อนเข้าสู่การถ่ายทำครั้งใหญ่
เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 “จอมทรนง” หรือ ทรนง ศรีเชื้อ ผู้สร้างและผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง “2122 ARMAGEDDON WAR” หรือ “กูนี่แหละอัจฉริยะ” นำนักแสดงและทีมงานสร้างส่วนหนึ่งมากกว่า 100 ชีวิต ร่วมทดสอบความพร้อมของร่างกายและการทำงาน ด้วยการเดินทางไกลระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนอบอ้าวในพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ
การทดสอบครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่การถ่ายทำจริง เนื่องจากภาพยนตร์มีฉากและรูปแบบการทำงานที่ต้องอาศัยความพร้อมของนักแสดงทั้งด้านร่างกายและจิตใจ โดยนักแสดงบางส่วนต้องสวมเครื่องแต่งกายที่มีน้ำหนักรวมประมาณ 3 กิโลกรัม เพื่อทดสอบความสามารถในการเคลื่อนไหวและความอดทนภายใต้สภาพการทำงานที่หนักหน่วง
ที่น่าสนใจคือการทดสอบครั้งนี้มีนักแสดงหลากหลายช่วงวัย ตั้งแต่ เด็กอายุ 8 ปี ไปจนถึงนักแสดงสูงวัยอายุ 83 ปี โดยผู้เข้าร่วมสามารถผ่านการทดสอบเบื้องต้นไปได้ ท่ามกลางการดูแลของทีมงาน
เปิดโปรเจกต์ใหญ่ หวังสร้างภาพยนตร์ไทยสู่ระดับโลก


สำหรับ “2122 ARMAGEDDON WAR” เป็นโครงการภาพยนตร์ที่วางแนวคิดในลักษณะมหากาพย์สงครามแห่งอนาคต พร้อมนำเสนอแนวคิด ต่อต้านสงคราม (Anti-War) และสะท้อนผลกระทบจากความขัดแย้งและความรุนแรงที่มีต่อมนุษยชาติ
โครงการดังกล่าวเคยมีการแถลงข่าวเปิดตัวเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2568 ณ สวนสยาม และได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน โดยมีการนำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับแนวคิดและแผนการสร้างภาพยนตร์ขนาดใหญ่ รวมถึงเป้าหมายในการผลักดันผลงานไทยสู่ระดับนานาชาติ
จากข้อมูลความคืบหน้าล่าสุดที่ทีมผู้สร้างเปิดเผย ระบุว่า “2122 ARMAGEDDON WAR” วางแผนสร้างในรูปแบบ ภาพยนตร์ไตรภาค โดยตั้งงบประมาณการสร้างประมาณ 500 ล้านบาทต่อภาค หรือรวมทั้งโครงการมากกว่า 1,500 ล้านบาท และใช้ระยะเวลาการผลิตต่อเนื่องหลายปี “จอมทรนง” ย้ำทำงานนอกกรอบ


“จอมทรนง” กล่าวว่า แนวทางการทำงานของตนแตกต่างจากการสร้างภาพยนตร์ตามรูปแบบพื้นฐานทั่วไป โดยให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมของนักแสดงและทีมงานอย่างจริงจัง เพื่อให้ทุกคนสามารถรับมือกับสภาพการทำงานที่ต้องเผชิญตลอดระยะเวลาการถ่ายทำ
สำหรับกำหนดการล่าสุด ทีมงานเตรียมเข้าสู่กระบวนการถ่ายทำตั้งแต่ เดือนกันยายน 2569 และวางแผนถ่ายทำต่อเนื่องไปจนถึงเดือนธันวาคม 2570


โปรเจกต์ “2122 ARMAGEDDON WAR” จึงนับเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ไทยที่น่าจับตามอง ทั้งจากขนาดของโครงการ จำนวนบุคลากรที่เกี่ยวข้อง แนวคิดการสร้างภาพยนตร์แนวต่อต้านสงคราม ตลอดจนกระบวนการเตรียมนักแสดงที่แตกต่างจากการทำงานภาพยนตร์ทั่วไป
หลังจากนี้ต้องติดตามว่า “จอมทรนง” และทีมงานจะนำมหากาพย์ “2122 ARMAGEDDON WAR” ออกมาในรูปแบบใด และจะสามารถผลักดันภาพยนตร์ไทยแนวมหากาพย์เรื่องนี้ไปสู่ตลาดระดับนานาชาติได้มากน้อยเพียงใด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Ads

XovsRk.jpg