Full width home advertisement

XovsRk.jpg

Advertisement

XovsRk.jpg

ชาวไร่ยาสูบอีสานต้านเดือด “แบนซื้อบุหรี่ตามปีเกิด”ซัดรัฐบาลผลักภาระเกษตรกร วอนนายกฯ อนุทินสั่งชะลอนโยบาย

ชาวไร่ยาสูบอีสานต้านเดือด “แบนซื้อบุหรี่ตามปีเกิด”ซัดรัฐบาลผลักภาระเกษตรกร วอนนายกฯ อนุทินสั่งชะลอนโยบาย

ชาวไร่ยาสูบในภาคอีสานออกโรงค้านแนวคิดกำหนดอายุผู้ซื้อบุหรี่ตามปีเกิด โวยรัฐบาลต้องช่วยหยุด อย่าปล่อยรัฐมนตรีสาธารณสุขโนเนมดันนโยบายตามใจชอบ กระทบรายได้และอาชีพ-ผลักภาระให้เกษตรกร ตั้งคำถามรัฐจะหางบประมาณจากที่ใดมาชดเชยชาวไร่ที่ได้รับผลกระทบ วอน “นายกอนุทิน” สั่งการระงับด่วน

นายสันต์ หาญสุโพธิ์ นายกสมาคมการค้าชาวไร่ยาสูบเตอร์กีซ ตัวแทนชาวไร่ยาสูบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่าได้รับทราบข้อมูลเรื่องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ ยังคงยืนยันเดินหน้านโยบาย “Nicotine-Free Generation” หรือกำหนดห้ามซื้อบุหรี่และผลิตภัณฑ์นิโคตินทุกชนิด ตาม “ปีเกิด” ของคน โดยระบุว่า “พวกเราไม่เห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าว เพราะจะส่งผลกระทบต่อรายได้และความมั่นคงในอาชีพของชาวไร่อย่างแน่นอน รวมถึงแรงงานและธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งห่วงโซ่ในภาคอีสาน เพราะการทำยายังต้องใช้แรงงานคนเป็นจำนวนมาก เราไม่ได้มีเทคโนโลยีทุ่นแรงได้แบบพืชชนิดอื่น หากไม่มีอาชีพทำยา ชาวบ้านจะเอาเงินที่ไหนเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวหลังฤดูทำนา เพราะยาสูบก็คือทอง ไม่มีพืชไหนที่สร้างรายได้มั่นคงได้เท่านี้”

นายกสมาคมฯ ชาวไร่ยาสูบอีสาน ย้ำว่า “ขณะนี้ภาคอีสานมีชาวไร่ยาสูบกว่า 9,942 ครอบครัว เราผลิตใบยาสูบปี 68 ได้ถึง 5.2 ล้านกิโลกรัม และยังต้องการมากขึ้นเพราะใบยาที่เราปลูกได้มีคุณภาพดี แต่ปลูกมากกว่านี้ไม่ได้เพราะขาดแรงงานคน สิ่งที่รัฐบาลภูมิใจไทย พรรคการเมืองของชาวอีสานควรทำคือการส่งเสริมให้ชาวไร่ยาสูบยังมีอาชีพต่อไป และหยุดรัฐมนตรีสาธารณสุขที่กำลังผลักดันนโยบายเพื่อสร้างความนิยมให้กับตนเอง บนความทุกข์ของเกษตรกรยาสูบอีสาน และทั่วประเทศกว่า 22,500 ครอบครัว”


ก่อนหน้านี้เครือข่ายชาวไร่ยาสูบจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศก็เคยออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านแนวคิดดังกล่าวมาแล้ว เนื่องจากยังไม่มีมาตรการรองรับผู้ได้รับผลกระทบตลอดห่วงโซ่อุปทานยาสูบ และไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าจะลดการสูบบุหรี่ได้จริง แต่กลับเสี่ยงทำให้บุหรี่ผิดกฎหมายขยายตัว อีกทั้งยังเป็นมาตรการที่จะสร้างภาระผูกพันให้รัฐบาลและงบประมาณในอนาคต โดยไม่ได้แก้ปัญหาผู้สูบบุหรี่ในปัจจุบัน จึงขอเรียกร้องให้ภาครัฐรับฟังความคิดเห็นของเกษตรกรและผู้ได้รับผลกระทบอย่างรอบด้านก่อนผลักดันมาตรการ เนื่องจากกังวลว่าการกำหนดข้อห้ามในลักษณะนี้อาจส่งผลต่อความต้องการยาสูบในระยะยาว และกระทบต่อเศรษฐกิจของชุมชนเกษตรกรรมจำนวนมาก

นายสันต์ ระบุต่อว่า “กระทรวงสาธารณสุขอ้างว่าจะมีการช่วยเหลือชดเชยชาวไร่ แต่ก็ยังมองไม่เห็นว่ารัฐจะเอาเงินงบประมาณมาจากที่ไหน เพราะทุกวันนี้รัฐก็ถังแตก โดนตัดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกันยกหมู่บ้าน แล้วยังจะมาทำลายอาชีพเราอีก ที่ผ่านมาเวลามีปัญหาในอุตสาหกรรม รัฐบอกจะช่วยเหลือจ่ายเงินชดเชย แต่ก็ล่าช้ามาโดยตลอด ชาวไร่ต้องรวมตัวกันเรียกร้องและรอเงินชดเชยเป็นเวลานาน ส่วนเรื่องพืชทดแทนก็ศึกษากันมาหลายสิบปี แต่ยังไม่เคยเห็นผลเป็นรูปธรรม” 

“พวกเรารู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้ง พรรคภูมิใจไทยได้รับความไว้วางใจจากประชาชนอีสาน ได้เก้าอี้ไปถึง 64 ที่นั่ง อีกทั้ง รมต. สาธารณสุข นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ ซึ่งเป็นคนจังหวัดเพชรบูรณ์ พื้นที่ปลูกยาสูบและยาเส้นที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ แต่วันนี้กลับเลือกผลักดันนโยบายที่ขัดกับรากเหง้าของครอบครัวตนเอง หวังเพียงคำชื่นชมจากหน่วยงานด้านสาธารณสุข จนมองข้ามประชาชนได้ ทั้ง ๆ ที่หากไม่ทำอะไรแบบทุกวันนี้ก็ยังคงรักษาเก้าอี้รัฐมนตรีต่อไปได้ไม่ยากนัก” นายสันต์ กล่าว

“พวกเราอยากให้สส.ภูมิใจไทยในภาคอีสานทั้ง 64 คน ช่วยเป็นสื่อกลางถ่ายทอดความทุกข์ของพวกเราถึงนายกฯ อนุทิน ให้ท่านลงมาดูแลเรื่องนี้ด้วยตัวเอง เพราะที่ผ่านมา เมื่อมีนโยบายใดที่ถูกประชาชนคัดค้าน ท่านก็มักรับฟังและสั่งชะลอเพื่อทบทวน เราจึงหวังว่าครั้งนี้จะรับฟังเสียงของชาวไร่เช่นกัน ก่อนที่เกษตรกรยาสูบทั้งประเทศจะต้องเป็นผู้แบกรับผลกระทบจากนโยบายเพียงฝ่ายเดียว”

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Ads

XovsRk.jpg