Full width home advertisement

XovsRk.jpg

Advertisement

XovsRk.jpg

พลิกโฉมห้องเรียนนราธิวาส ปั้นครูชายแดนใต้ รับโลก AI ด้วย Active Learning GPAS 5 Stepsเดินหน้าขยายผลสนามที่ 2 ระดมครู 500 ชีวิต รับมือความท้าทายยุคใหม่

พลิกโฉมห้องเรียนนราธิวาส ปั้นครูชายแดนใต้ รับโลก AI ด้วย Active Learning GPAS 5 Stepsเดินหน้าขยายผลสนามที่ 2 ระดมครู 500 ชีวิต รับมือความท้าทายยุคใหม่

บรรยากาศการขับเคลื่อนการศึกษาเดินหน้าอย่างคึกคัก กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) เดินหน้าพัฒนาครูเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้จัดอบรมโครงการ "พลิกโฉมห้องเรียน Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ผสานพลังสื่อดิจิทัลและการเรียนรู้ยุคใหม่เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียน" เมื่อวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมอิมพีเรียลนราธิวาส สําหรับสนามที่ 2 นี้ นับเป็นจุดที่มีความโดดเด่นในด้านความพร้อมและพลังขับเคลื่อนของบุคลากรขนาดใหญ่   สำหรับการอบรมของจังหวัดนราธิวาส โดยมีความพิเศษอยู่ที่จำนวนพลังขับเคลื่อนจากคุณครูและบุคลากรทางการศึกษาที่หลั่งไหลเข้าร่วมงานอย่างคับคั่งถึง 500 คน (นับเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีผู้เข้าร่วมหนาแน่นที่สุดในการอบรมครั้งนี้) สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวและความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าของครูใต้ในการพัฒนาทักษะการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ให้สอดรับกับบริบทพื้นที่ เพื่อยกระดับสมรรถนะผู้เรียนในระดับปฐมวัยถึงมัธยมศึกษาให้ก้าวทันโลกยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง


นายอัครนันท์กัณณ์ กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ระบุว่า โลกนอกห้องเรียนเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการเข้าสู่ยุค AI ที่ความรู้จำนวนมหาศาลสามารถค้นหาได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที การศึกษาในวันนี้จึงไม่สามารถหยุดอยู่เพียงการ “บอกความรู้” เหมือนในอดีต แต่ต้องทำให้เด็กคิด วิเคราะห์ แก้ปัญหาซับซ้อน สื่อสาร ทำงานร่วมกับผู้อื่น และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ได้ หัวใจจึงอยู่ที่การพลิกโฉมห้องเรียน จากห้องเรียนที่ครูเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ฝ่ายเดียว ไปสู่ Active Learning ที่เด็กได้คิด ทดลอง ลงมือทำ และแก้ปัญหาด้วยตนเอง ขณะที่ครูเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้สอนเนื้อหา” เป็น “ผู้ออกแบบการเรียนรู้” และ Coach ที่ช่วยดึงศักยภาพของเด็กแต่ละคนออกมา


ด้าน ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหาร สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) ชี้ว่า สิ่งที่การศึกษาไทยจำเป็นต้องปฏิรูป ไม่ใช่เพียงมุ่งไปปรับ “หลักสูตร” แต่ต้องลงไปถึงหัวใจสำคัญคือ “กระบวนการเรียนรู้” หรือ GPAAS Learning Process model : mixed methods หรือ GPAS 5 Stepe ที่ International Journal of Learning, Teaching and Educational Research ได้ประกาศรับรองและตีพิมพ์เผยแพร่ทั่วโลก คือกลไกที่มีพลังสำคัญใน ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ส่งผลให้ผู้ เรียนได้พัฒนาผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์ คุณธรรมจริยธรรม ค่านิยม และทักษะในระดับความคิด รวบยอด และหลักการ อีกทั้งสามารถสร้างผลผลิตได้ในระดับนวัตกรรมและพัฒนาไปสู่ AIได้ด้วยตนเอง อีกทั้งสามารถใช้ การประเมินตามสภาพจริงควบคู่กับกระบวนการสร้างความรู้ได้อย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้บรรลุครบทุกตัวชี้วัดและครบทุกมาตรฐานการเรียนรู้ตามที่หลักสูตรแกนกลางกำหนด
ให้เรียนรู้ในรูปแบบ Active Learning ดังนั้นทุกสถานศึกษาจึงควรหลีกเลี่ยง การสอนแบบ Passive Learning เพราะการเรียนรู้ที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากการรับฟังหรือจดจำคำตอบจากครู แต่ต้องเกิดจากการกระบวนการสร้างความรู้จึงเป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน จนเกิดศักยภาพ ในขั้นสูง และ ศักยภาพของผู้เรียนจะเชื่อมต่อไปถึงคุณภาพของสังคม ตลอดจนการพัฒนาประเทศในทุกมิติ จึงเห็นได้ว่าการจัดการเรียนรู้แบบ
Active Learning โดยใช้ กระบวนการคิดขั้นสูง GPAS 5 Steps จึงเป็นกระบวนการที่หลอมรวมหลักการเรียนรู้หลายด้านเข้าด้วยกันอย่างเป็นเหตุเป็นผล และสามารถประยุกต์ใช้ เรียนรู้ ได้กับทุกกลุ่มสาระ การเรียนรู้ ตั้งแต่วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาไทย สังคมศึกษา ศิลปะ ไปจนถึงพลศึกษา แนะนำกระบวนการ GPAS 5Stepsไปวิเคราะห์ข้อสอบ PISA, O-net ได้โดย ไม่ต้องท่องจำหรือท่องข้อสอบเก่าเก่าที่เคยออกมาแล้ว
ถ้าผู้เรียนสอบ PISA นั่นก็หมายถึงเด็กสามารถใช้กระบวนการเดียวกันไปวิเคราะห์และแก้ปัญหาในชีวิตจริงหรือสถานการณ์และปัญหาที่ผู้เรียนไปเผชิญได้ทุกสถานที่ทุกเวลา ได้ตลอดชีวิต


ขณะที่ นายกฤษณนันท์ กำไร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส สะท้อนโจทย์ของพื้นที่ว่า นราธิวาสมีภาษา ศาสนา และอัตลักษณ์เฉพาะ การจัดการศึกษาจึงต้องให้ความสำคัญกับทักษะภาษาไทย ทั้งการพูด อ่าน และเขียน ซึ่งเป็นพื้นฐานในการเรียนรู้วิชาอื่น ควบคู่กับการพัฒนาทักษะคิดวิเคราะห์ โดยเฉพาะในวันที่ AI เข้ามาใกล้ตัวเด็กมากขึ้น หากเด็กใช้ AI เพียงเพื่อหาคำตอบหรือทำการบ้านโดยไม่ผ่านกระบวนการคิดด้วยตัวเอง เทคโนโลยีก็อาจย้อนกลับมาลดทอนทักษะการคิดวิเคราะห์ ดังนั้นโจทย์จึงไม่ใช่การปฏิเสธ AI แต่คือการทำให้เด็ก “ใช้เทคโนโลยีเป็น และคิดเป็น” ควบคู่กับการนำหลักศาสนามาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต


ดร.ภิญญา รัตนวรชาติ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กล่าวว่า นราธิวาสมีประชากรกว่า 8 แสนคน และมีเด็กวัยเรียนจำนวนมาก ขณะเดียวกันยังมีศักยภาพทั้งด้านการค้าชายแดน ภาษา และวัฒนธรรม โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจึงมีบทบาทสำคัญ เพราะจัดการศึกษาวิชาสามัญควบคู่กับวิชาศาสนา การนำ Active Learning GPAS 5 Steps มาพัฒนาครูจึงสามารถต่อยอดไปถึง “การศึกษาเพื่อการมีงานทำ” ให้เด็กนำความรู้ไปใช้ในชีวิตจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม


นายมะสุขรี ซีเดะ นายกสมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม จังหวัดนราธิวาส ระบุว่า โรงเรียนในเครือข่ายมีการใช้ Active Learning มาระยะหนึ่งแล้ว แต่ GPAS 5 Steps เป็นการต่อยอดไปสู่กระบวนการคิดขั้นสูง และคาดว่าการพัฒนาครูใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ครั้งนี้ จะช่วยยกระดับทั้งครู นักเรียน และผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา


ส่วน นายรุสมาน นิเฮง รองผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดนราธิวาส รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดนราธิวาส มองว่า จุดแข็งของ GPAS 5 Steps คือการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับหลักศาสนาอิสลาม รวมทั้งช่วยให้ครูเชื่อมหลักสูตรสามัญและศาสนาเข้าด้วยกัน ทำให้เด็กไม่เพียงมีองค์ความรู้ แต่สามารถวิเคราะห์เหตุผล แก้ปัญหา และนำความรู้ไปปฏิบัติได้โดยมีคุณธรรมกำกับ


การลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาสครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการนำรูปแบบการสอนใหม่เข้าสู่ห้องเรียน แต่เป็นการวางรากฐานให้เด็กชายแดนใต้สามารถยืนอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลก โดยยังรักษารากของตัวเองไว้ได้ เพราะเด็กนราธิวาสไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่าง “รากเหง้า” กับ “อนาคต” แต่สามารถเติบโตไปพร้อมกันได้ มีเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ มีการคิดวิเคราะห์เป็นทักษะ และมีคุณธรรมเป็นเข็มทิศในการใช้ชีวิต


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Ads

XovsRk.jpg