Full width home advertisement

XovsRk.jpg

Advertisement

XovsRk.jpg

‘เบบี้ สวิมมิ่ง ไทยแลนด์ (BABY SWIMMING THAILAND)’จับมือพันธมิตร ‘SAGINUMA (ซากินุมะ) SWIMMING CLUB’ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU) เพื่อยกระดับการเรียนการสอนว่ายน้ำตามมาตรฐานญี่ปุ่น

‘เบบี้ สวิมมิ่ง ไทยแลนด์ (BABY SWIMMING THAILAND)’จับมือพันธมิตร ‘SAGINUMA (ซากินุมะ) SWIMMING CLUB’ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU) เพื่อยกระดับการเรียนการสอนว่ายน้ำตามมาตรฐานญี่ปุ่น

BABY SWIMMING THAILAND (เบบี้ สวิมมิ่ง ไทยแลนด์) สถาบันสอนว่ายน้ำสำหรับเด็กและทารกอันดับ 1 ของไทย ด้วยเครือข่าย 18 สาขาทั่วประเทศ และเป็นแบรนด์เดียวที่ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพ ISO 9001:2015 จับมือพันธมิตร SAGINUMA (ซากินุมะ) SWIMMING CLUB สโมสรว่ายน้ำเก่าแก่กว่า 50 ปี จากจังหวัดคานากาวะ ประเทศญี่ปุ่น เจ้าของรางวัล Best Club Award จากสมาคมสโมสรว่ายน้ำแห่งประเทศญี่ปุ่นติดต่อกัน 20 ปีซ้อน ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU) เพื่อยกระดับการเรียนการสอนว่ายน้ำตามมาตรฐานญี่ปุ่น มุ่งพัฒนาศักยภาพและยกระดับเด็กไทยเพื่อก้าวไปสู่การเป็นนักกีฬาแถวหน้าของเอเชีย


ดร.พลภัทร นิติธรรมยง ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร บริษัท เบบี้ สวิมมิ่ง แฟมิลี่ จำกัด และบริษัทในเครือ ผู้ดำเนินธุรกิจสถาบันสอนว่ายน้ำเด็กและทารก เบบี้ สวิมมิ่ง ไทยแลนด์ (BABY SWIMMING THAILAND) ผู้นำตลาดอันดับ 1 ในประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU) เชิงยุทธศาสตร์ กับ บริษัท เอส แอนด์ เอฟ จำกัด (S&F Co., Ltd.) ผู้บริหาร SAGINUMA (ซากินุมะ) SWIMMING CLUB สโมสรว่ายน้ำเก่าแก่กว่า 50 ปี จากจังหวัดคานากาวะ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อร่วมมือพัฒนาและยกระดับศักยภาพการเรียนการสอนว่ายน้ำของ เบบี้ สวิมมิ่ง ให้มีมาตรฐานระดับสากล ซึ่งการผนึกกำลังครั้งนี้ เป็นการนำองค์ความรู้และมาตรฐานระเบียบวินัยแบบญี่ปุ่นมาถ่ายทอดให้กับเด็กไทย เพื่อยกระดับทักษะการว่ายน้ำของเด็กไทย วางรากฐานการเรียนการสอน ที่นำไปสู่การสร้างนักกีฬามืออาชีพสู่ระดับสากล
ดร.พลภัทร กล่าวว่า “แม้เราจะวางรากฐานการสอนด้วยหลักสูตรออสเตรเลียและมี Academy ของตัวเองที่ดูแลเด็กๆ มาแล้วกว่า 50,000 คน แต่จุดเด่นของญี่ปุ่นที่แตกต่างอย่างชัดเจนคือ ‘ความพิถีพิถันของเทคนิค ระบบการฝึกซ้อมที่มีระเบียบวินัยสูง และโปรโตคอลความปลอดภัยที่เข้มงวดทุกตารางนิ้ว’ การผนึกกำลังครั้งนี้จึงเป็นการนำระบบการเรียนแบบผ่อนคลายสไตล์ออสเตรเลียเดิมของเรา มาผสมผสานกับความเป๊ะระดับสากลของญี่ปุ่น เพื่อยกระดับจากการสอนว่ายน้ำทั่วไป ไปสู่การสร้างโครงสร้างพัฒนานักกีฬาเยาวชนอย่างเป็นระบบ โดยเราจะถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านระบบ Train the Trainer สไตล์ญี่ปุ่นเพื่อสร้าง Master Trainer และโค้ชคุณภาพสูง รองรับการต่อยอดสู่ ‘หลักสูตรพัฒนานักกีฬามืออาชีพ’ เพื่อปั้นผู้เรียนสู่เส้นทางนักกีฬาแข่งขันระดับประเทศและโอกาสในการแลกเปลี่ยน ณ ประเทศญี่ปุ่นในอนาคต พร้อมกันนี้ยังเตรียมขยายบริการสู่ ‘หลักสูตรการสอนว่ายน้ำผู้ใหญ่ และการออกกำลังกายในน้ำสำหรับผู้สูงอายุ’ ซึ่งประเทศญี่ปุ่นมีความเชี่ยวชาญอย่างลึกซึ้งในด้านนี้ เพื่อยกระดับสถาบันสู่การดูแลสุขภาพทางน้ำสำหรับทุกคนในครอบครัวอย่างครอบคลุมทุกช่วงวัย”


ด้าน นางณัฏฐ์วิภา นิติธรรมยง ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งและผู้บริหารสถาบันสอนว่ายน้ำเด็กและทารก เบบี้ สวิมมิ่ง ไทยแลนด์ กล่าวเสริมว่า “ตลอดระยะเวลา 12 ปีที่ผ่านมา เบบี้ สวิมมิ่ง เติบโตอย่างมั่นคงจากความไว้วางใจของผู้ปกครองทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จนสามารถขยายสาขาได้อย่างต่อเนื่อง แต่ก้าวสำคัญต่อไปคือการยกระดับสู่มาตรฐานระดับสากลเพื่อก้าวสู่การแข่งขันในเวทีโลก ซึ่งความร่วมมือกับพันธมิตรจากญี่ปุ่นในครั้งนี้ จะนำไปสู่การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์อย่างยั่งยืนในระยะยาว ทั้งการร่วมกันพัฒนาหลักสูตร การฝึกอบรมบุคลากรและโค้ช ตลอดจนการแลกเปลี่ยนนักกีฬาเพื่อพัฒนาไปสู่ระดับการแข่งขัน”
“สิ่งที่เราจะได้รับอย่างแท้จริง คือการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยทางน้ำระดับสูง ทั้งระบบประเมินความเสี่ยงรอบสระ การอบรมทักษะการดูแลความปลอดภัยและการปฐมพยาบาลตามโปรโตคอลของสถาบันสอนว่ายน้ำชั้นนำในญี่ปุ่น และอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญคือการเปิดโอกาสให้เด็กไทยได้สัมผัสประสบการณ์การฝึกซ้อมและระบบการแข่งขันระดับสากล รวมถึงการถ่ายทอดเทคนิคการสอนว่ายน้ำผู้ใหญ่และการออกกำลังกายในน้ำสำหรับผู้สูงอายุ ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงแค่การสร้างความร่วมมือทางธุรกิจ แต่คือองค์ความรู้ ระบบ และโอกาสใหม่ๆ ที่จะนำมาพัฒนาเด็ก บุคลากร และตอบโจทย์สุขภาพของทุกคนในครอบครัวได้อย่างเป็นรูปธรรม”


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Ads

XovsRk.jpg